LASIK stands for Laser In-situ Keratomileusis. We use 2 important instruments for LASIK.
Bookmark and Share
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ laservision แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ laservision แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มารู้จักวิตามิน และ แร่ธาตุ สำหรับคนสายตาสั้นกันเถอะ Vitamins and Minerals to Maintain Eye Health

มารู้จักวิตามิน และ แร่ธาตุ สำหรับคนสายตาสั้นกันเถอะ
Vitamins and Minerals to Maintain Eye Health.

สมัยนี้หากมองไปทางไหนก็มักเห็นคนสมัยใหม่ต้องใส่แว่นสายตาเพิ่มมากขึ้น สิ่งหนึ่งอาจเป็นเพราะสังคมที่เปลี่ยนไป ซึ่งต่างจากในสมัยอดีตที่สามารถมองทอดสายตาไปไกลๆ ได้สบาย ไม่ว่าจะมองผืนดินก็เห็นทุ่งนาเขียนขจีสุดลูกหูลูกตา หรือจะแหงนมองผืนฟ้าก็เห็นท้องฟ้าที่สดใส

แต่ใช่ว่าเมื่อสายตาสั้นแล้ว จะต้องสั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เสมอไป เนื่องจากเซลล์ประสาทตาจะไม่เสื่อมลงไป หากเรามีวิธีบำรุงที่ดี เริ่มต้นกันด้วย 4 วิตามินและแร่ธาตุดีๆ สำหรับคนสายตาสั้น ดังนี้

1.วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีความสำคัญต่อร่างกายในด้านการมองเห็น แหล่งอาหารที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันตับปลา ผักใบเขียวเข้ม มะละกอ ฟักทอง แครอท

2.วิตามินบี 1 มีคุณสมบัติช่วยบำรุงดวงตาได้เป็นอย่างดี การขาดวิตามินบี 1 มีผลทำให้ประสาทที่นำภาพไปสู่สมองเกิดความผิดปกติได้ แหล่งอาหารที่สำคัญ ได้แก่ ถั่วลิสง ข้าวซ้อมมือ เต้าหู้ งา กระเทียม และสาหร่าย

3.วิตามินอี มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคตา โดยเฉพาะในทารกคลอดก่อนกำหนด จากการวิจัยพบว่า การขาดวิตามินอีทำให้จอรับภาพของดวงตาเสื่อมได้ แหล่งอาหารที่มีวิตามินอีสูง ได้แก่ น้ำมันพืช จมูกข้าวสาลี ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเมล็ดแห้ง และธัญพืชต่างๆ

4.สังกะสี มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ การมองเห็นในที่มืด และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ถ้าขาดสังกะสีแล้วจะเจริญเติบโตช้า ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และตาบอดกลางคืนได้ อาหารที่ให้ธาตุสังกะสีสูงและดูดซึมได้ดีคือ อาหารทะเล ข้าวกล้อง และถั่ว

นอกจากนั้น อย่าลืมปรับพฤติกรรมการใช้สายตาให้เหมาะสม เช่นหลังจากคุณอ่านหนังสือทุกๆ 40-50 นาที ควรพักสายตาด้วยการมองไกลๆ หรือมองต้นไม้ ใบไม้เขียวๆ บ้าง เพียงแค่นี้คุณก็จะเป็นเจ้าของดวงตาสุขภาพดีได้แล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารรายปักษ์ "ชีวจิต"
ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HEALTH CORNER
ขอบคุณภาพประกอบจาก google

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

‘กินเจอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ’ - ชีวิตและสุขภาพ How to Eat Healthy as a Vegetarian - Life and Health


‘กินเจอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ’ - ชีวิตและสุขภาพ
How to Eat Healthy as a Vegetarian - Life and Health

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี ถือเป็นวันเริ่มเทศกาลแห่งการถือศีลกินเจ ช่วงเวลาดี ๆ ที่ทุกคนจะได้มีโอกาสทำบุญ ชำระจิตใจให้สะอาด ตลอด 9 วัน ไปจนถึงขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 โดยในปี 2556 นี้ ตรงกับวันที่ 5-13 ตุลาคม

เวียนมาอีกครั้ง สำหรับเทศกาลถือศีลกินเจในปีนี้

การกินเจในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากการกินเจในอดีต โดยอาหารเจในปัจจุบันจะเน้นหนักอาหารเจที่มัน ๆ ทอด ๆ ใช้น้ำมันราดจนเยิ้ม และอาหารเจปรุงสำเร็จที่ขายกันอยู่ในท้องตลาด มักจะใช้ “หมี่กึง” ซึ่งเป็นแป้งทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ทำให้หลายคนมีข้อสงสัยว่ากินเจแล้วดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

จริง ๆ แล้ว หากเรากินเจอย่างถูกต้อง จะส่งผลดีต่อสุขภาพ เพราะการงดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ใช้โปรตีนจากถั่ว และอาหารธรรมชาติชนิดต่าง ๆ แทน จะช่วยให้กระเพาะอาหารได้พักจากภารกิจการย่อยเนื้อสัตว์ที่ทำประจำอยู่

นอกจากนี้ อาหารเจ ซึ่งเต็มไปด้วยผักผลไม้ ธัญพืช และอาหารจากธรรมชาติ ล้วนให้คุณค่าสารอาหารที่ต่างกันออกไป หากเรารู้จักเลือกและผสมผสานวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้เหมาะสม ก็จะทำให้ได้รับสารอาหารที่หลากหลายและสมดุลมีคุณค่าทั้งเสริมสร้าง ส่งเสริม และซ่อมแซมสุขภาพ

กินเจอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ

- ระมัดระวังอาหารประเภทแป้งและไขมัน ควรเน้นผักผลไม้ให้มาก ๆ เพราะถ้าเผลอรับประทานอาหารที่ปรุงสำเร็จ ซึ่งมักจะใช้ “หมี่กึง” รับรองความอ้วนมาเยือนแน่ ๆ ควรเลือกอาหารที่ปรุงด้วยผัก เต้าหู้ และโปรตีนเกษตร

-ไม่ควรรับประทานอาหารเจที่มีรสเค็มเกินไป เพราะอาหารเจในปัจจุบันมีการนำเครื่องปรุงรส เช่น ซอส เต้าหู้ เต้าเจี้ยว เกลือ ที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบค่อนข้างมาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้

- อาหารเจส่วนใหญ่เป็นประเภทผัดและทอด ซึ่งจะมีน้ำมันมาก ก็ไม่ควรรับประทานเยอะ ไม่อย่างนั้นพอหมดช่วงกินเจ รอบเอวจะเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ควรเลือกรับประทานอาหารเจประเภทต้มหรือนึ่งจะดีกับสุขภาพมากกว่าอาหารทอด ๆ ที่สำคัญอย่าลืมขยับกาย เคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน

กินเจอย่างไรให้ได้คุณค่าอาหารครบถ้วน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน

- ถั่ว เป็นหนึ่งในเมนูสำคัญที่นำมาใช้ประกอบอาหารในช่วงกินเจ เพื่อให้ได้โปรตีนมาทดแทนเนื้อสัตว์ที่ขาดหายไป ซึ่งถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีไม่แพ้เนื้อสัตว์และไม่มีคอเลสเตอรอล

- เห็ด ปัจจุบันเห็ดเป็นเมนูฮิตของทุกคนในครอบครัว เพราะนอกจากจะนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูและมีรสชาติอร่อยถูก ปากแล้ว เห็ดถือเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีไม่แพ้เนื้อสัตว์และถั่ว แม้ปริมาณจะไม่มากเท่าเนื้อสัตว์ แต่เห็ดมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการครบถ้วน เมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น

และที่สำคัญเห็ดยังเป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน แร่ธาตุ รวมทั้งธาตุเหล็ก และซีลีเนียมซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วย ซึ่งเห็ดที่นิยมนำมาปรุงอาหาร เช่น เห็ดออรินจิ เห็ดหอม เห็ดเข็มทอง เห็ดโคน เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนู และสารพัดเห็ดต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งสิ้น โดยเมนูเห็ดยอดนิยม ได้แก่ ยำเห็ดญี่ปุ่น เต้าหู้ตุ๋นเห็ดหอม สเต๊กเต้าหู้ราดซอสเห็ดเจ หรือ สปาเกตตีซอสเห็ด เป็นต้น

นอกจากเห็ดที่นำมาปรุงอาหารแล้ว ยังมีเห็ดบางชนิดที่ไม่ได้มีเพียงคุณค่าทางโภชนาการ แต่ยังมีประโยชน์ต่อการรักษาโรคและเสริมภูมิคุ้มกัน ได้แก่ เห็ดทางการแพทย์ หรือ Medicinal Mushrooms ที่สามารถนำมาใช้เป็นสารแอนติออกซิแดนต์ ป้องกันเซลล์ต่าง ๆ ไม่ให้ถูกทำลายหรือเสื่อมง่าย

นอกจากนี้ยังมีสารบางตัวที่เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งปัจจุบันจึงถูกนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปเห็ดสกัดเข้มข้นเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หรือแปรรูปเห็ดแห้งมาบริโภคในรูปชาหรือซุป หรือในรูปแคปซูล เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้รักสุขภาพ สามารถเลือกนำมาบริโภคได้สะดวก และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายในช่วงถือศีลกินเจ เช่น เห็ดไมตาเกะ เห็ดยามาบูชิตาเกะ (เห็ดปุยฝ้าย) เห็ดมาเน็นตาเกะ เห็ดเรอิชิ (เห็ดหลินจือ) และเห็ดชิตาเกะ (เห็ดหอมญี่ปุ่น) เป็นต้น

- ผักนานาชนิด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการกินเจ แต่ถ้าจะกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรกินเป็นผักสด หรือลวก มากกว่านำมาผัดที่ใช้น้ำมันราดจนเยิ้ม หรือผัดน้ำมันแต่น้อย และควรกินผักให้ครบ 5 สี คือ

1. สีแดง-ส้ม จากมะเขือเทศ พริกสุก แครอท ช่วยลดคอเลสเตอรอลส่วนเกิน ลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
2. สีดำ-น้ำเงิน-ม่วง จากถั่วดำ เผือก มะเขือม่วง ช่วยในการบำรุงไต
3. สีเหลือง จากฟักทอง ถั่วเหลือง มะม่วงสุก ข้าวโพด มีประโยชน์ในการบำรุงม้าม
4. สีเขียว เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ช่วยบำรุงตับ และ
5. สีขาว จากลูกเดือย ผักกาดขาว ช่วยในการบำรุงปอด ควรกินสลับกันไปในแต่ละวันเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน และต้องงดเว้น กระเทียม หัวหอม กุยช่าย หรือผักที่มีกลิ่นฉุน

- ธัญพืชไม่ขัดสีและผลไม้ มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย เช่น วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ สารพฤกษเคมี สารเฟลโวนอยด์และใยอาหาร ซึ่งผู้กินเจควรเลือกกินผลไม้ให้หลากหลาย เช่น ส้ม กล้วย แอปเปิ้ล ช่วยบำรุงสุขภาพผิวให้สดชื่น

และเส้นใยอาหารจากผลไม้ ช่วยให้ระบบย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ ซึ่งผลไม้ที่สารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด ได้แก่ พรุน นอกจากนี้มีใยอาหารช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม ที่มีทั้งใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลได้ดี ป้องกันท้องผูก ส่วนบิลเบอรี่ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันความเสื่อมของจอประสาทตา เป็นต้น

เทศกาลถือศีลกินเจ ถือเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่ทุกคนจะได้มีโอกาสทำบุญ ชำระจิตใจให้สะอาด ฉะนั้น อย่าให้ช่วงเวลาดี ๆ นี้ ทำให้คุณเสียสุขภาพ เลือกรับประทานอาหารเจที่ได้จากอาหารจากธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธัญพืช ผัก ผลไม้ และเห็ดต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยในการล้างพิษในร่างกาย และเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ก็จะช่วยให้คุณอิ่มบุญ และอร่อยกับเมนูอาหารเจได้อย่างไม่เสียสุขภาพ

ข้อมูลจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชนิดา ปโชติการ นายกสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย.

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา : เดลินิวส์
http://buff.ly/19YjuXA

ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์เลสิคและรักษาสายตา เลเซอร์วิชั่น > eye care tips > LASIK HEALTH CORNER
โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006
ขอบคุณภาพประกอบจาก fruitsinfo.com

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

ช่วยคุณตาคุณยายอายุยืน ด้วยอ้อมกอดของหลานรัก Grandparents grandchildren hug.


ช่วยคุณตาคุณยายอายุยืน ด้วยอ้อมกอดของหลานรัก 
Grandparents grandchildren hug.

“กอด” สัมผัสพิเศษ! อ้อมกอดเล็กๆ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจของคุณตาคุณยาย ภาพหลานสาวกอดคุณตา หลานชายนั่งตักกอดคุณย่า ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นผูกพันให้กับทั้งสองฝ่าย ช่วยให้คุณตาคุณยายสุขภาพดี และอารมณ์ดี เมื่อเจ้าตัวน้อยโผเข้ากอดคุณตาคุณยาย ไม่เพียงแค่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนในครอบครัวเท่านั้น แต่ได้รับการพิสูจน์ในทางการแพทย์ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้สูงอายุอายุยืนขึ้นอย่างมีความสุข

คุณเบ็ญจพร มงคลธง นักจิตวิทยา ประจำบริษัทโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท จำกัด (ผู้สูงอายุ) กล่าวว่า

"เมื่อหลานๆ กอดคุณตาคุณยายด้วยอ้อมกอดที่อบอุ่น พลังงานความร้อนของร่างกายที่ส่งผ่านถึงกัน ทำให้ท่านรู้สึกดี, ปลอดภัย, เป็นที่ยอมรับ, ผ่อนคลาย, มีความสุข, มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่, มองเห็นคุณค่าในตัวของท่านเอง และทำให้เกิดความมั่นใจตามมา เพราะการกอดเป็นการสัมผัสแบบ 3 มิติ ซึ่งถ่ายทอดความรักความห่วงใยได้ดีกว่าการสัมผัสแบบ 2 มิติ เช่น การดูรูป, อ่านจดหมาย ฯลฯ

การแสดงออกแบบ 3 มิติสามารถแสดงออกได้หลายทางเช่นการกอด, จับมือ, บีบ, จับ, นวด, พูดคุย ฯลฯ และการกอดก็ช่วยให้หลานๆ ได้รู้สึกดีต่อตัวเอง, มีจิตใจอ่อนโยนพร้อมที่จะรัก และยอมรับผู้อื่น, รู้สึกมั่นคงปลอดภัย, เชื่อใจ, มีความสุข, เป็นที่ยอมรับ และช่วยพัฒนาไอคิว, ลดความหวาดกลัว, รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่, ลดความเครียดหงุดหงิด, ลดการต่อต้านผู้อื่น และความรู้สึกในทางลบต่อสิ่งรอบตัว"

คุณตาคุณยายได้อะไรจากอ้อมกอดของหลาน

พญ. สิรนิสถ์ ประพันธ์ศิลป์ แพทย์สาขาอายุรกรรมทั่วไป กล่าวว่า การ “กอด” ส่งผลดีโดยตรงต่อสุขภาพ เช่น

1. ความดันโลหิตลดลง ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้หลอดเลือดขยายตัวส่งผลให้ความดันเลือดลดลง

2. ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ การกอดช่วยเพิ่มฮอร์โมนออกซิโทซิน (ฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งออกมาเมื่อมีความรักความผูกพัน) ซึ่งจะช่วยลดโอกาสของการเป็นโรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกอดจะช่วยให้สารออกซิโทซินหลั่งในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

3. ส่งผลดีต่อสมอง การสัมผัสโอบกอดช่วยลดการหลั่งสารคอร์ติซอลซึ่งเป็นสารที่หลั่งออกมาเมื่อเครียด และช่วยให้สมองหลั่งสารโดปามีน (Dopamine), เอ็นดอร์ฟีน (Endorphine) และเซเรโทนิน (Seretonin) เป็นสารแห่งความสุขเบิกบานแจ่มใส ทำให้อารมณ์ดี, ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย, อารมณ์ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น

4. กระตุ้นการทำงานของฮีโมโกลบิน ฮีโมโกลบินเป็นส่วนประกอบในเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดการลำเลียงของออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ส่งผลให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าแข็งแรง

5. ช่วยให้ภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้น

6. ทำให้มีความสุข การกอด, จับมือ และสัมผัส ช่วยลดระดับฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด, ซึมเศร้า ทำให้อารมณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน รู้สึกกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งต่างๆ อยากมีชีวิตอยู่, ลดอาการซึมเศร้า, รู้สึกเป็นที่รัก และต้องการของคนในครอบครัว ส่งผลให้ความเครียดลดลงพูดบ่นน้อยลงฯลฯ

กอดกันอย่างไรคุณตาคุณยายถึงแข็งแรง

“กอด” ทำได้ง่ายๆ ทุกที่ทุกเวลาที่รู้สึกอยากกอดแต่ต้องเป็นอ้อมกอดที่สื่อถึงความรู้สึกที่อบอุ่นและแสดงความรักจากใจ ด้วยความรู้สึกที่อยากกอดจริงๆ ไม่ใช่กอดด้วยการถูกบังคับ หลานๆ ควรสบตาคุณตาคุณยายก่อนกอด และหลังจากผละจากอ้อมกอด

อ้อมกอดหลากหลายรูปแบบ

อ้อมกอดแบบหมี (Bear Hug) การกอดด้วยการเบียดตัวอย่างเต็มที่ และรวดเร็ว เช่นหลานโผเข้ากอดคุณตาแบบเต็มตัว (ท่านี้เหมาะกับคุณตาคุณยายที่ยังแข็งแรงหรือกำลังอยู่ในท่านั่งแบบมั่นคงเท่านั้น) เป็นท่ากอดที่แสดงออกถึงความพิเศษของผู้ที่ถูกกอด, บ่งบอกความรัก, ความปลอดภัย และให้ความรู้สึกที่อบอุ่น

โอบเอวด้านข้าง (Side to Side) ท่านี้เป็นการโอบเอวจากด้านข้างเหมาะที่คุณตาคุณยายจะแสดงความรักกับหลานด้วยท่านี้

กอดแบบแซนด์วิช ( Sandwich Hug) เป็นการกอดกันแบบ 3-4 คน โดยให้คุณตาหรือคุณยายอยู่ตรงกลางในท่านั่ง แล้วหลาน 2-3 คนยืนโอบกอดจากทั้งด้านหน้าด้านหลังและด้านข้าง เป็นการแสดงถึงความรักผูกพันให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

"พาหลานๆ ไปเยี่ยมคุณตาคุณยายพร้อมกับกอดท่านวันละหลายๆ ครั้งให้ท่านมีความสุขยิ้มสดใสและสุขภาพกายใจแข็งแรงกันนะคะ" คุณเบ็ญจพร กล่าวปิดท้าย

ที่มา : thaipr.net
สสส.http://goo.gl/vEMoZY
ขอบคุณภาพประกอบจาก msndegree

Miracle Youcando Healthy Tips ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

ตื่นสดชื่น-พร้อมสร้างสมาธิก่อนออกจากบ้าน Wake Up Feeling Fresh in the Morning and Meditation


ตื่นสดชื่น-พร้อมสร้างสมาธิก่อนออกจากบ้าน
Wake Up Feeling Fresh in the Morning and Meditation.

จะสังเกตว่า การออกจากบ้านเพื่อไปเรียน หรือทำงาน ด้วยร่างกาย และจิตใจที่สดชื่นยามเช้า มักทำให้ระหว่างวันนั้นรู้สึกไม่อ่อนเพลีย หรือหมดพลังได้ง่ายนัก

อีกทั้งยังส่งผลดีต่อประสิทธิภาพความจำ ตลอดจนการใช้ความคิด ซึ่ง Look Life มีเทคนิคเรียกความกระปรี้กระเปร่าของร่างกายมาฝาก รวมทั้งการเตรียมสมาธิยามเช้าให้พร้อมสำหรับภารกิจที่รออยู่

ปัจจัยสำคัญ คือ การนอนหลับอย่างเพียงพอ ประมาณ 7-8 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่มักจะตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อได้ยาก หลายคนแนะนำให้ฟังเพลงบรรเลงเสียงธรรมชาติ เปิดคลอไปเบา ๆ แล้วสร้างจินตนาการถึงภาพ สถานที่ หรือ เรื่องราวตาม ช่วยสร้างบรรยากาศสงบ เตรียมเข้าสู่ภวังค์แห่งการหลับอีกครั้ง

นอกจากนั้น การอาบน้ำอุ่นก่อนนอน ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย สบายตัว หลับได้ง่ายขึ้น ส่วนตอนเช้าเหมาะที่จะอาบด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง หรือ ความเย็นปานกลาง มอบความสดชื่น กระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว

เมื่อตื่นนอนตอนเช้าทิ้งระยะเวลาสักครู่ แล้วค่อย ๆ ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ทั้งนี้ ลองแบ่งเวลาราว 20-30 นาที ในการวิ่งเหยาะ ๆ ช้า ๆ สบาย ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นแสงแดดอ่อน ช่วยสลัดความเนิบนาบ เสร็จแล้วอย่าลืมวอร์มดาวน์พร้อมสร้างสมาธิ ด้วยการลดความเร็วในการวิ่งจนอยู่ในลักษณะเดิน ให้จิตใจจดจ่ออยู่กับการก้าว สลับกับพิจารณาสิ่งแวดล้อมรอบตัว ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต สามารถประยุกต์ใช้เมื่อเดินเล่น เดินไปเรียน และทำงานได้

ถึงเวลารับประทาน ก็ค่อย ๆ ตักอาหาร และเคี้ยวให้ละเอียด ไม่เพียงลดอาการท้องอืด และลดการทำงานหนักของกระเพาะอาหาร ยังเป็นการฝึกรวบรวมสมาธิให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำด้วย

ข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ สสส.
ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HEALTH CORNER
ขอบคุณภาพประกอบจาก google

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

สุขภาพช่องปากดี ด้วยการเลือกยาสีฟัน Good oral health . By selecting a toothpaste.


สุขภาพช่องปากดี ด้วยการเลือกยาสีฟัน
Good oral health . By selecting a toothpaste.

เลือกยาสีฟันจากอะไร

1. ฟองยาสีฟัน
ความรู้สึกแรกที่ยาสีฟันเข้าไปในปาก จะมีความเหนียวและแตกเป็นฟอง ซึ่งคุณหมอคารร์ ระบุว่า ฟองยาสีฟันไม่ได้มีประโยชน์ในการกำจัดสิ่งสกปรกใด ๆ แต่เป็นเพียงเป็นตัวช่วยที่ทำให้เนื้อยาสีฟันแทรกซึมเข้าไปในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ยากเท่านั้นค่ะ

2. สี กลิ่น และรส
โดยทั่วไปแล้ว ยาสีฟันจะผ่านการเติมสีเพื่อให้ดูน่าใช้มากขึ้น ซึ่งสีในยาสีฟันที่เป็นสีสังเคราะห์จากพืชจะไม่ติดผิวฟัน ส่วนกลิ่นหอมในยาสีฟันมักจะสกัดมาจากธรรมชาติ เช่น กลิ่นมิ้นต์ เมนทอล หรือกลิ่นผลไม้ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่น นอกจากนั้น ในยาสีฟันมักจะมีรสหวานเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการเติมสารให้ความหวานจากธรรมชาติที่ไม่ทำให้ฟันผุ เช่น ไซลิทอล (xylitol) ซอร์บิทอล (sorbital) นั่นเอง

3. ฟลูออไรด์ (Fluoride) 
คือแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติ ซึ่งคุณหมอกล่าวว่า ฟลูออไรด์ในยาสีฟันมีหน้าที่กำจัดกรดที่เกาะอยู่ตามผิวฟัน จึงช่วยให้ฟันผุได้ยากขึ้น ซึ่งเรามักจะพบส่วนผสมนี้มากในยาสีฟันตามท้องตลาดค่ะ

4. สารยับยั้งแบคทีเรีย (Anti – Bacterail agent)
ยาสีฟันบางยี่ห้อมีการผสมสารช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ชื่อว่า ไตรโคลซาน (Triclosan) ซึ่งเป็นสารที่คณะกรรมการอาหาร และยา ประเทศสหรัฐอเมริการับรองว่าไม่เป็นอันตราย หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

นอกเหนือไปจาก 4 ข้อข้างต้นแล้ว การเลือกยาสีฟันสำหรับผู้ที่มีปัญหาช่องปากก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยขจัดปัญหาช่องปากอย่างเฉพาะจุดให้หมดไป โดยมีเทคนิคการดังต่อไปนี้

1. เลือกยาสีฟันที่มีสารสกัดส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ และสมุนไพร
จะช่วยปรับสมดุลสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง ขจัดคราบฟันเหลือง และช่วยดับกลิ่นปากได้ดีกว่า เช่น ว่านหางจระเข้ น้ำมันต้นชา ซิลิกา สะระแหน่ และเมนทอล

2. ปัญหาฟันเหลือง
ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนประกอบสารฟอกฟันขาว ที่เน้นสารสกัดจากธรรมชาติเช่น ซิลิกา จะได้ไม่ไปทำลายชั้นนอกของเนื้อฟัน

3. สำหรับคนที่มีแผลในช่องปาก
ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่ปราศจากสารก่อฟอง ซึ่งอาจจะสะสมก่อให้เกิดโรคร้ายได้ ควรเลือกยาสีฟันเนื้อเจลสกัดจากธรรมชาติจะดีต่อสุขภาพช่องปาก

4. สำหรับผู้มีอาการเสียวฟัน
ให้เลือกยาสีฟันชนิดที่ป้องกันการเสียวฟัน ซึ่งเนื้อยาสีฟันชนิดเจลจะลดปริมาณสารขัดฟัน และสมุนไพรอย่างคาร์โมมายล์จะช่วยบรรเทาอาการเสียวฟันได้

5. ยาสีฟันชนิดที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ
ควรเลือกชนิดที่มีสารไซลิทอลเป็นองค์ประกอบ เพราะไซลิทอลเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ จะไม่เกิดการหมักหมม และไม่ถูกสลายให้เป็นกรดโดยเชื้อจุลินทรีย์ในปาก จะช่วยทำให้เกิดความสมดุลของความเป็นกรดกับด่างในช่องปากได้ดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมประชาสัมพันธ์
www.prd.go.th
ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HEALTH CORNER
ขอบคุณภาพประกอบจาก google

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

การเดินช่วยพัฒนาความจำ Walking For Your Health

Thanks pic from ReminderNews

การเดินช่วยพัฒนาความจำ

การออกกำลังกายนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยให้ความจำดีขึ้นด้วย ดังผลของมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์ก สหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า

การเดินวันละประมาณ 40 นาที 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยป้องกันอาการขี้หลงขี้ลืม และช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

ซึ่งปัจจุบันในประเทศอังกฤษมีผู้สูงอายุที่มีอาการสมองเสื่อมและความจำเสื่อมอยู่ประมาณ 820,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวใน 19 ปีข้างหน้า โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร PNAS (Proceedings of the National Academy of Sciences)

คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาอาสาสมัคร ซึ่งเป็นผู้สูงอายุจำนวน 120 คน โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1ให้ออกกำลังกายระดับกลางคือการเดินวันละ 40 นาที 3 วันต่อสัปดาห์

กลุ่มที่ 2 ออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และการสแกนสมองในช่วงเริ่ม ช่วงกลาง และช่วงท้ายของการวิจัย

ผลการสแกนสมองพบว่า 

ในกลุ่มที่ 1 ผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายระดับปานกลาง สมองส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความทรงจำระยะยาว มีรอยหยักเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2 และมีขนาดเพิ่มขึ้นด้วย

ส่วนกลุ่มที่ 2 มีการออกกำลังเบาๆ กลับพบว่า รอยหยักบริเวณฮิปโปแคมปัสลดลงร้อยละ 1.4

ศาสตราจารย์เคิร์ค อีริคสัน ผู้วิจัยกล่าวว่า “เราเคยคิดว่าในผู้สูงอายุสมองส่วนฮิปโปแคมปัสจะตีบลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผลการวิจัยชิ้นนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การออกกำลังกายในระดับกลางๆ สามารถเพิ่มขนาดโครงสร้างของสมองส่วนนี้ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สมองมีการเปลี่ยนแปลงแม้จะอยู่ในช่วงสูงอายุแล้วก็ตาม

ดร.ไซมอน ริดสึ ทางสถาบันวิจัยอัลไซเมอร์ กล่าวว่า ยังไม่สายหากจะเริ่มต้นออกกำลังกายเพื่อให้สมองทำงานได้ดี โดยการออกกำลังกายระดับกลางๆ จะสามารถพัฒนาความจำและช่วยปกป้องไม่ให้ความจำเลอะเลือนเมื่อแก่เฒ่า

รวมถึงยังมีผลการวิจัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สนับสนุนว่า การออกกำลังกายเป็นประจำ และการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคสมองเสื่อม และทำให้เกิดผลดีต่อร่างกายอีกมากมาย.

เห็นที่ต้องสลัดความขี้เกียจ ลุกขึ้นมาเดินออกกำลังกายบ้างแล้วน่ะค่ะ จะได้มีความจำแม่นยำขึ้น

ที่มา : กรมสุขภาพจิต : กระทรวงสาธารณสุข
ขอบคุณภาพประกอบจาก google

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก : Psychology Today

Worried About Your Memory? Take a Walk

What these and other studies are also saying is:

1. You can literally grow new memory storage - if you walk.
2. The memory cell growth is primarily in the hippocampus, not in the cortex.
3. Brain derived nerve cell growth factors increase with walking.
4. The new cells made are used within days, letting you store more knowledge - and potentially learn more.
5. Not only do the results show up with better memory - you see an actual anatomic change in the brain as a result of walking.

Walking For Your Health

Humans are walking machines. We have walked across the face of the earth. We walk alone and in groups. We walk to wars and we walk to demonstrate for peace.
We walk for our health and survival.
What's most remarkable is how well walking works in all age groups; in rather small amounts; that it prevents heart attacks and strokes; opens up arteries; controls blood pressure; changes digestion and weight gain; improves mood; helps prevents certain tumors.
In a word, walking regenerates us.
Your regeneration project is critical to your survival. If you can walk you can regenerate multiple cell groups, from your brain to your muscles. You can also walk to visit and socialize; walk to obtain sunlight and fresh air; walk to experience the innate human pleasure in nature.

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

เคล็ดลับถนอมสายตา Eye Care Tips


เคล็ดลับถนอมสายตา
โดย นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี

การใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 2 ชั่วโมง ก็อาจทำให้สายตามีอาการล้า ภาพที่เห็นเริ่มเบลอ ปวดศีรษะ และตาแห้ง

ควรหมั่นพักสายตาทุก 2-3 ชั่วโมง ด้วยการละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ ลองทอดสายตามองไปไกลๆ โดยไม่โฟกัสกับอะไรสัก 10-15 นาที

หมั่นกะพริบตาบ่อยๆ ปกติมนุษย์เราจะกะพริบตาราว 15 ครั้งต่อนาที แต่ขณะที่ทำงานจ้องคอมพิวเตอร์ เรากะพริบตาน้อยลงครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว น้ำหล่อเลี้ยงตาระเหยไปมากกว่าปกติ เพื่อถนอมดวงตา ควรเตือนตัวเองกะพริบตาบ่อยๆ ให้ได้สัก 300 ครั้งต่อวันจะดีมาก

ควรปรับลดความจ้า (Brightness) ของหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้สว่างน้อยลงเท่าที่จะทำได้ แล้วปรับความคมชัด หรือ Contrast ให้สูงขึ้นเพื่อชดเชยกัน แสงที่จ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ต่างจากการส่องไฟเข้าสู่ดวงตาคุณตรงๆ

ลดการใช้สายตา การฝึกหลับตาขณะโทรศัพท์จะช่วยให้คุณได้พักสายตาและลดความล้าของดวงตาที่ดียิ่ง ที่สำคัญควรตรวจเช็กสายตาเป็นประจำทุกปี นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาสายตา ยังเป็นการป้องกันโรคตาอื่นๆ อีกด้วย

ขอบคุณภาพประกอบจาก google

LASIK Health Corner - Read for Health ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com

ประโยชน์ของมะเขือเทศ Health Benefit of Potatoes


Miracle Youcando Healthy Tips ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

โรคเบาหวานขึ้นตา คืออะไร? (Diabetic Retinopathy)


LASIK Health Corner - Read for Health ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


อะโวคาโด ผลไม้เพื่อสุขภาพ Healthy Avocado Fruit


LASIK Health Corner - Read for Health ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


Four Fantastic Foods to Keep Your Eyes Healthy


LASIK Health Corner - Read for Health ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

The Leader in FemtoLASIK - LASIK (เลสิค หรือ เลสิก)


The Leader in FemtoLASIK - LASIK (เลสิค หรือ เลสิก) @ Laser Vision International LASIK Center

The Leader in FemtoLASIK

LASIK @ Laser Vision International LASIK Center ได้รับการก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายปีพ.ศ. 2541 เพื่อให้บริการรักษาสายตาแก่ผู้ที่มีปัญหาทางสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด สายตายาวตามอายุ หรือสายตาเอียง

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษาระบบมาตรฐานการรักษาสายตาด้วยวิธีเลสิกให้ทัดเทียมกับมาตรฐานโลกตลอดเวลา ภายใต้การควบคุมระบบคุณภาพ ISO 9001:2008 เรามุ่งเน้นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยทั้งฝีมือ ความชำนาญ ความละเอียดอ่อน ความแม่นยำสูงสุด ผนวกกับการให้บริการ และการดูแลเอาใจใส่ที่ดีเลิศจากบุคลากรทุกระดับ

ณ วันนี้ LASIK @ Laser Vision International LASIK Center ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เสียงตอบรับและความไว้เนื้อเชื่อใจที่เราได้รับเป็นการตอบแทนนั้น จะเป็นกำลังใจสำคัญให้เราพัฒนาคุณภาพในการรักษา ความปลอดภัย และการบริการที่ดีเลิศต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ภายใต้ปณิธานเดียวกัน คือ “เพื่อประโยชน์สูงสุด” ของท่าน ด้วยความเป็น “มืออาชีพ” จากเรา

เนื่องด้วยแต่ละบุคคลจะมีสภาพดวงตาที่แตกต่างกันออกไป LASIK @ Laser Vision International LASIK Center จึงพิถีพิถันเลือกสรรเฉพาะเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด และปลอดภัยสูงสุด เพื่อนำมาใช้ในการรักษาให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับการรักษาแต่ละราย

Laser Vision International lasik Center
49/5 อาคารเลเซอร์วิชั่น ซ.รัชดาภิเษก48
ถ.รัชดาภิเษก แขวงลาดยาว
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel.  0-2511-2111 Fax.  0-2511-5421
เว็บไซต์ : www.laservisionthai.com

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

กฏ 20/20/20 เพื่อสุขภาพตาที่ดี The 20/20/20 Rule Can Save Your Eyes


LASIK Health Corner - Read for Health ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

ผลไม้ตระกูลเบอรรี่ Benefits of Berries


LASIK Health Corner - Read for Health ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


สายตายาวโดยกำเนิด เป็นอย่างไร (Farsightedness หรือ Hyperopia)


LASIK Health Corner - Read for Health ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

วิธีสังเกตอาการต้อกระจก CATARACT เบื้องต้น Observe Cataract


LASIK Health Corner - Read for Health ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

สายตาสั้น Nearsightedness หรือ Myopia


LASIK Health Corner - Read for Health ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

โรคต้อหินเฉียบพลัน Acute-angle-closure-glaucoma


Miracle Youcando Healthy Tips ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

กินเป็นอยู่เป็นช่วยลดความอ้วน Obesity and Healthy Eating


Miracle Youcando Healthy Tips ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


ประโยชน์จากผลไม้ตระกูลส้ม Health Benefits of Citrus Fruit


Miracle Youcando Healthy Tips ขอบคุณภาพประกอบจาก google ที่มา : LASIK @ Laser Vision International LASIK Center > eye care tips > LASIK HELTH CORNER โทรปรึกษา หรือจองคิวตรวจ โทร 02-511-2111, 02-939-6006 E-mail : info@laservisionthai.com


บทความที่ได้รับความนิยม